ประวัติ พระราชวังแวร์ซาย รุ่นหลาน (ภาคที่ 2)

0
130
ประวัติ พระราชวังแวร์ซาย ( ห้องกระจก Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors)
ประวัติ พระราชวังแวร์ซาย ( ห้องกระจก Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors)

ประวัติ พระราชวังแวร์ซาย รุ่นหลาน (ภาคที่ 2)
ตอนที่แล้วเราก็ได้อ่านความเป็นมาในรุ่นพ่อและสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ไปแล้ว ตอนนี้เรามาดู ประวัติ พระราชวังแวร์ซาย ในรุ่นหลานกันนะคะ หลังจากที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สิ้นพระชนม์ลง พระเจ้าหลุยที่ 15 ผู้เป็นหลานก็ขึ้นครองราษฏร์แทน ซึ่งขณะนั้นเจ้าฟ้าชายหลุยส์มีพระชนมายุได้เพียง 5 พระชันษาเท่านั้น พระองค์เป็นกษัตริย์เพียงองค์เดียวที่ประสูติและสิ้นพระชนม์ในพระราชวังแห่งนี้ โดยในสมัยพระเจ้าหลุยที่ 15 ทรงสร้างที่พำนักเป็นการส่วนพระองค์ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของพระตำหนักใหญ่ เป็นที่ใครไม่มีโอกาสได้เห็น แม้จะอาศัยอยู่ในพระราชแห่งนี้มาหลายปีแล้วก็ตาม ทรงมีบรรไดและทางเดินลับๆไปยังห้องพระสนมหลายๆคน สำหรับพระเจ้าหลุยที่ 15 สิ่งที่พระราชวังแวร์ซายยังขาดอยู่ก็คือโรงละครหลวง ทรงรับสั่งให้สร้างโรงละครโอเปร่าสำหรับบรรดาเชื้อพระวงค์และพระสหายคนสนิทของพระองค์ เป็นโรงละครที่ใหญ่โต ตกแต่งแต่งไว้อย่างหรูหรางดงามบ่งบอกถึงรสนิยมของพระองค์ ซึ่งในปี ค.ศ. 1770 LOGE du Roi (โรงละครของกษัตริย์) ถือว่าเป็นโรงละครที่แตกแต่งได้สวยงามที่สุดในยุโรป นอกจากนี้แล้วยังทรงให้สถาปนิก Ange-Jacques Gabriel ออกแบบพระตำหนักน้อย เพอติทริอานน็อง (Petit Trianon) ให้กับพระสนมเอก มาดาม เดอ ปองปาดูร์ (Madame de Pompadour) โดยออกแบบให้เป็นลวดลายเถาว์วัลย์ ดอกไม้และธรรมชาติในสไตล์คลาสสิคที่ดูเรียบง่าย
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ปี ค.ศ.1774 พระเจ้าหลุยที่ 15 ได้สิ้นพระชนม์ลง
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ผู้เป็นหลานได้เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อ พระเจ้าหลุยที่ 16 ผู้สร้าง Le domain du Petit Trianon à Marie-Antoinette ให้กับพระนางมารี อ็องตัวเนต ผู้โด่งดังทั่วโลก พระนางมารี อ็องตัวเนตได้ทำการตกแต่งห้องบรรทมและที่ประทับในส่วนพระองค์ใหม่ อาทิเช่น ห้องสำราญที่มีเก้าอี้ที่ออกแบบเป็นพิเศษหุ้มด้วยกำมะหยี่สีแดงปักด้วยดิ้นทองถึง 25 ตัวในจำนวนทั้งหมด 36 ตัว เฟอร์ในห้องนี้งดงามและเป็นที่โด่งรู้จักกันในชื่อ “สไตล์หลุยส์ ที่ 16” ข้างๆการเป็นห้องทำงานและพักผ่อนของราชินีที่มีผ้าม่านและเก้าอี้บุด้วยผ้ากำมะหยี่สีเขียวขลิบทองนับว่าเป็นห้องทีมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดในพระราชวังแวร์ซายเลยก็ว่าได้ ห้องบรรทมที่ตกแต่งด้วยผ้าสไตล์หลุยทั้งห้อง เหนือแท่นบรรทมมีการตกแต่งด้วยลวดลายอันวิจิตรตระการตา
นอกจากนี้แล้วพระนางมารีอังตัวเนต ยังทรงโปรดให้สร้างหมู่บ้านชนบทเล็ก (Domaine de Marie Antoinette) ในสวนของ Petit Trianon นับว่าเก๋ไก๋เพราะบางครั้งพระนางจะได้แอบหนีไปใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างคนธรรมดาสามัญ เงินท้องพระคลังถูกใช้ไปอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากขอกประชาชน
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1789 ผู้คนลุกฮือขึ้นมาประท้วง กลุ่มสตรีราว 6000 พันคนเดินทางมุ่งหน้ามาที่พระราชวังแวร์ซายเพียงเพื่อเรียกร้องขอขนมปังให้กับครอบครัวของพวกเธอ ในภาพยนต์ประวัติศาสตร์พระเจ้าหลุยที่ 16 ออกมาต้อนรับและถามว่าจะให้ทำอะไรให้ ผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่าต้องการขนมปังพร้อมกับเป็นลมล้มลงด้วยความหิวโหย พระเจ้าหลุยที่ 16 ก็สัญญาว่าจะทำให้แต่ยังไม่ได้ทันทำตามคำสัญญา เป็นเรื่องจริงที่ไม่น่าเชื่อในคืนวันนั้นกลุ่มผู้ประท้วงนับชั่วโมงรอ ในรุ่งเช้าของวันที่ 6 ตุลาคม 1789 เวลาตี 5.30 กลุ่มผู้ประท้วงที่มีอาวุธมีด หอกและขวาน กรูกันบุกเข้าไปในพระราชวังอีกครั้ง ห้องที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้าที่สุดคือห้องของพระนางมารี อ็องตัวเนตจึงถูกบุกเปิดประตูเข้าไป นางต้นห้องเรียบปิดประตูห้องบรรทม บอกพระนางมารี อ็องตัวเนตรีบหนีออกไปห้องพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทางประตูลับ ส่วนพระเจ้าหลุยส์ หลุยที่ 16 ก็วิ่งออกตามหาพระมเหสีที่ห้องบรรทม ในทางเดินลับของพระราชว้ง หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงพระเจ้าหลุยส์ ที่ 16 และบรรดาเชื้อพระวงค์ก็ออกจากพระราชวังแวร์ซายไปกรุงปารีสโดยไม่ได้หวนกลับมาอีกเลย และนั่นเป็นวันสุดท้ายที่มีกษัตริย์ประทับอยู่ที่พระราชวังแวร์ซาย
ในปี ค.ศ. 1832 พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปที่ 1 ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ส่วนที่เป็นห้องพำนักต่างๆข้างบนถูกทุบผนัง แล้วทำเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วย 30 ภาพวาดที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่สมัยกษัตริย์โคลวิส จนถึงจักรพรรดินโปเลียน เป็นแกลลอรีแห่งการของการต่อสู้ (Gellery of Battles) นับว่าเป็นประเทศเดียวของโลกที่รวบรวมประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมาของประเทศไว้ในที่ๆเดียวกัน
ปี ต.ศ.1875 ก็มีการสร้างห้องประชุมรัฐสภา (La salle du Congrès) ขึ้นมาในพระราชวังแวร์ซาย
ในปี ค.ศ.1887-1919 Pierre de Nolhac นักประวัติศาสตร์ ได้มีจัดการรวบรวมเรื่องราวต่างๆและเขียนประวัติศาสตร์พิพิธภัณฑ์แวร์ซายขึ้นมา ทำให้พระราชวังแวร์ซายกลายเป็นสถานที่ชาวปารีสชอบมาเดินเล่นพักผ่อนกัน แล้วหลังจากนั้นก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 Pierre de Nolhac จึงจากแวร์ซายไป พระราชวังแวร์ซายได้รับความเสียหายมากจากสงคราม
เดือน พฤษภาคม ค.ศ.1924 John Davison Rockefeller Junoir ชาวอเมริกันได้เข้าช่วยซ่อมแซมพระราชวังที่เสียหาย แต่สภาก็ถกเถียงกันเรื่องงบประมาณจำนวนมากที่ต้องจ่ายในการซ่อมแซมครั้งนี้ และสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังแวร์ซายก็ยังคงไม่ได้รับการซ่อมแซมบูรณะ จนในปี 1952 ได้มีการออกอากาศทางวิทยุเพื่อปลุกระดมคนให้มีการร่วมมือร่วมใจกันบริจาคเงินซ่อมแซมพระราชวังแวร์ซาย
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 1953 Gérald Van der Kemp ที่ไม่ใช่ผู้เชียวชาญเรื่องแวร์ซาย แต่เค๊าก็เป็นคนที่ช่วยปกป้องพิภิธพันฑ์ลูฟให้รอดพ้นจากการถูกทำลายในช่วงสงคราม และ Gérald Van der Kemp นี่เองที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่ทำพระราชวังแวร์ซายกลับมางดงามได้เหมือนเดิมอีกครั้ง
พระราชวังแวร์ซายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ผลักดันทำให้เกิดการปฏิวัติ และเขียนประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสขึ้นมา ผู้เขียนเคยมีโอกาสไปเยี่ยมชมพระราชวังแห่งนี้ถึงสองครั้ง แต่ก็พบว่ามีหลายส่วนหลายสถานที่ๆสวยงามไม่เปิดให้เข้าชม น่าเสียดายมีอะไรให้ดูอีกตั้งเยอะ ต้องขอบคุณทีวี France 5 ที่ทำรายการสารคดีดีๆแบบนี้ให้เราได้ชมกัน ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ เดี่ยวคราวหน้าจะมาเขียนเรื่องการไปเยี่ยมชม ว่าเดินยังไง ซื้อตั๋วดูอะไร ที่ไหนเท่าไหร่ อย่าลืมติดตามชมกันนะคะ!

การตกแต่งภายนอกพระราชวังเป็นแบบธรรมดาเรียบง่าย
การตกแต่งภายนอกพระราชวังเป็นแบบธรรมดาเรียบง่าย
ตรงกันข้ามกับการตกแต่งภายในที่ดูหรูหราอลังการ โดยเน้นศิลปและสถาปัตยกรรมแบบบาบาร็อค (Baroque) และศิลปโรโคโค (Rococo) หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี  “ศิลปแบบหลุยส์ที่ 14”
ตรงกันข้ามกับการตกแต่งภายในที่ดูหรูหราอลังการ โดยเน้นศิลปและสถาปัตยกรรมแบบบาบาร็อค (Baroque) และศิลปโรโคโค (Rococo) หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี “ศิลปแบบหลุยส์ที่ 14”
แท่นบรรทมของ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14
แท่นบรรทมของ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14
แท่นบรรทมของ พระนางมารี อังตัวเนต
แท่นบรรทมของ พระนางมารี อังตัวเนต
รูปแกะสลักแสดงแสนยานุภาพของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่กำลังทรงม้าเหยียบศัตรู
รูปแกะสลักแสดงแสนยานุภาพของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่กำลังทรงม้าเหยียบศัตรู
โบสถ์หลวง สิ่งก่อสร้างสุดท้ายที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สร้างขึ้นในพระราชวังแวร์ซาย
โบสถ์หลวง สิ่งก่อสร้างสุดท้ายที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สร้างขึ้นในพระราชวังแวร์ซาย
ข้างในโบสถ์หลวง ผนังบนเพดานตรงกลางถูกสร้างเป็นโดมรูปไข่ขนาดใหญ่
ข้างในโบสถ์หลวง ผนังบนเพดานตรงกลางถูกสร้างเป็นโดมรูปไข่ขนาดใหญ่

จบด้วยภาพรั้วข้างนอกวัง ไปถึงหิมะตกพอดีแต่ก็สวยซึ้งไปอีกแบบ
จบด้วยภาพรั้วข้างนอกวัง ไปถึงหิมะตกพอดีแต่ก็สวยซึ้งไปอีกแบบ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here