ประโยชน์ของอะโวคาโด วิธีเลือกและปอกเปลือกอะโวคาโด

0
144

คุณรู้หรือไม่ ประโยชน์ของอะโวคาโด มีอะไรบ้าง วิธีการเลือกและปอกเปลือกอะโวคาโดทำยังไง
อะโวคาโด เป็นผลไม้พื้นเมืองของเม็กซิโก เป็นผลไม้ที่สุกหลังเก็บเกี่ยว ผลอะโวคาโดมีรูปกลมรีคล้ายลูกแพร์ ลักษณะของผิวเปลือกมีความขรุขระ มีทั้งแบบเปลือกบางและหนาโดย สีของผลอะโวคาโดนั้นจะมีสีเขียวข้ม แต่ถ้าหากอะโวคาโดนั้นสุกจัดจำทำให้ผิวเปลือกนั้นเปลี่ยนเป็นสีม่วงเกือบดำ เนื้อของอะโวคาโดนั้นจะมีลักณะเป็นครีมอ่อนนุ่ม เนื้อละเอียด มีรสชาติมันคล้ายเนย เลยมีคนเรียกอะโวคาโดว่าลูกเนย อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของเรามาก เรามาดูกันเลยว่าสารอาหารในอะโวคาโดนั้นมีอะไรบ้าง
วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ ได้แก่วินตามมินอี(Vitamin E) วินตามมินซี (Vitamin C) วินตามมินบี (Vitamin B) วินตามมินเอ (Vitamin A) สารต้านอนุมูลอิสระ โฟเลท (Folate) และโพแทสเซียม (Potassium) โฟเลต (Folate)
– อะโวคาโดยังมีกรดไขมันชนิดเดียวกันกับน้ำมันมะกอก นั่นก็คือ กรดไขมันไลโนเลอิค, โอเลอิค และไฟโตสเตอรอล ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เป็นไขมันที่ดี ที่ช่วยในการลดระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดและยังสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ กรดไขมันที่มีอยูในอะโวคาโด สามารถดูดซึมได้ดี เวลาทานอะโวคาโดร่วมกับอาหารอื่นๆ อย่างเช่นสลัดต่างๆ กรดไขมันเหล่านี้จะช่วยทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารแคโรทีนอยด์ได้ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เบต้าแคโรทีนที่อยู่ในผักสีส้มอย่างแครอทหรือฟักทอง, ลูทีนในผักใบเขียว หรือไลโคฟินที่อยู่ในมะเชือเทศ เป็นต้น
สารแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) โดยในเนื้อของอะโวคาโดนั้นจะมีสารแคโรทีนอยด์ต่างๆ (Carotenoids) มากกว่า 11 ชนิดด้วยกันโดยจะพบสารแคโรทีนอยด์ต่างๆได้มากในบริเวณเนื้อที่มีสีเขียวเข้มที่อยู่ติดกับใต้เปลือกของอะโวคาโด
– อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีโปรตีนสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น โดยในอะโวคาโด 100 กรัมพบว่ามีโปรตีนสูงถึง 2 กรัมเลยทีเดียว และยังเป็นโปรตีนที่ร่างกายย่อยและนำไปใช้ได้ง่าย
โดยวิธีการการปลอกเปลือกของอะโวคาโดในรับประทานโดยขั้นตอนแรกจะต้องผ่าอะโวคาโดบริเวรณกลางลูกโดยการผ่านั้นจะต้องผ่าลึกจนกว่ามีดจะติดกับเม็ดของมัน จากนั้นก็ทำการกรีดให้ทั้งลูก เมื่อกรีดเสร็จแล้วจึงมาบิดเล็กน้อย จากนั้นก็นำเมล็ดออก เมื่อเอาเมล็ดอะโวคาโดออกจากนั้นก็เนื้ออะโวคาโดและดึงเปลือกออกแทนการใช้ช้อนขูด แต่ถ้าหากปลอกเปลือกแล้วทิ้งไว้นานก็จะทำให้สีของอะโวคาโดนั้นกลายเป็นสีน้ำตาลเนื่องจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นระหว่างสารประกอบในอะโวคาโดที่เรียกว่า ฟินอล เมื่อฟินอลทำปฏิกิริยากับอากาศก็จะทำให้เปลี่ยนเป็นสารประกบที่เรียกว่าควิโนน (Quinone) หากมันจับตัวกันเป็นพอลิเมอร์ที่มีโมเลกุลใหญ่ขึ้นก็จะทำให้เกิดเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิน (Melanin) และหากจะปลอกเปลือกเก็บไว้เพื่อรับประทานก็ควรจะนำมะนาวมาบีบมะนาวลงไปบนเนื้ออะโวคาโดให้ทั่วเพื่อเป็นการเคลือบเนื้ออะโวคาเอาไว้ และนำไปเก็บไว้ในกล่องพลาสติกสูญญากาศหลังจากนั้นก็นำไปแช่ในตู้เย็น เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อของอะโวคาโดนั้นดูสดและน่ารับประทานโดยจะไม่เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลอีกด้วย แต่ว่าข้อเสียของอะโวคาโดนั้นเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูงและไม่ควรรับประทานเกินวันละ 1 ลูก
คลิปวีดีโอ ประโยชน์ของอะโวคาโด วิธีปอกเปลือกอะโวคาโด จากรายการ Did You Know…? คุณรู้หรือไม่

ประโยชน์ของอะโวคาโด มีเยอะแยะมากมายเลยนะคะ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ประโชน์เพราะในอะโวคาโดดิบจะมีสารแทนนิน ที่มีรสขม และก็มีโทษถ้ารับประทานเข้าไปมากๆจะทำให้ปวดหัวได้ ควรรอให้สุกได้ที่ก่อนแล้วค่อนนำมารับประทาน ดังที่กล่าวไว้ตั้งแต่แรกว่า อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่เก็บเกี่ยวก่อนที่จะสุก วิธีเลือกว่าลูกไหนสุก พร้อมรับประทาน จะดูแค่สีผิวของเปลือกก็ไม่พอนะคะ เพราะอะคาโดมีอยู่หลายสายพันธ์ แต่ละพันธ์ก็มีสีที่แตกต่างกันไป วิธีที่ดีที่สุดก็คือลองจับดู ถ้าแข็งๆคือยังดิบอยู่ ต้องรอให้นิ่มๆเสียก่อน แต่ระวังนะคะอย่าบีบแรงเพราะเนื้อข้างในอาจจะช้ำได้ถ้าเราบีบแรงๆ ให้ดูสีที่อยู่ใต้ขั้วจุกประกอบก็ได้ วิธีง่ายๆคือดึงเอาขั้วจุกออก ถ้าผิวข้างในเป็นสีเขียวแสดงว่ายังดิบอยู่ แต่ถ้าเป็นสีน้ำตาลคล้ำ เนื้อข้างในอาจจะสุกเกินไปจนเละเป็นสีน้ำตาลแล้ว ต้องให้สีข้างในลูกเป็นสีเขียวออกเหลืองๆ เวลาที่จับแล้วผลอะโวคาโดจะนิ่ม ถ้าซื้ออะโวคาโดมาแล้วอยากเร่งให้สุกไวๆก็ให้ใส่ไว้ในถุงกระดาษแล้วพับปิดถุง อะโวคาโดจะสุกเร็วขึ้น อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่นำมาทำอาหารได้สาพัดเมนูทั้ง ของว่าง อาหารหวานและคาว แถมมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ ถ้าใครยังไม่เคยลิ้มรสอะโวคาโดต้องรีบไปหามาชิมด่วนเลยนะคะ

คลิปวีดีโอประกอบการเลือกอะโอคาโด Credit : BuzzFeedBlue

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here