เมนูอันตราย พลาดอาจถึงตายแต่คนก็กินมันอยู่ดี

0
92

เมนูอันตราย พลาดอาจถึงตายแต่คนก็กินมันอยู่ดี
เมื่อเดือนที่แล้วเราคงจำข่าวที่เด็กสองพี่น้องอายุ 11 กับ 9 ขวบชวนกันไปเก็บใบลำโพงมาทำกับข้าวด้วยความไม่รู้ว่ามีพิษ แค่หนึ่งชั่วโมงหลังจากกินเข้าไปก็มีอาการน้ำลายฟูมปากและช็อคจนหมดสติ โชคดีที่พ่อแม่กลับมาเจอเลยนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน นานาววีดีโอเคยเห็นวีดีโอต่างประเทศจากช่อง BuzzFeedBlue เลยนำมาฝาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหาร 8 เมนูอันตราย พลาดอาจถึงตายแต่คนก็กินมันอยู่ดี ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
1. ปลาปักเป้า หรือที่เรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่า “) ในภาษาอังกฤษเรียกว่า puffer fish ถือว่าเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงมาก มีอยู่เพียงแค่ 3 สายพันธ์เท่านั้นที่คนญี่ปุ่นนำมาทำเป็นอาหาร ได้แก่ ซาบะ ฟุกุ (saba fugu), โทระ ฟุกุ (tora fugu) และคาราซึ (karasu) สารพิษในตัวของปลาปักเป้าเรียกว่า “เตโตรโดทอกซิน” (Tetrodotoxin) เป็นสารพิษที่ร้ายแรงกว่าไซยาไนด์ถึงพันเท่า สารพิษตัวนี้จะเกิดจากอาหารที่ปลาปักเป้ากินเข้าไป แล้วสารพิษก็จะเข้าไปสะสมตามใต้ผิวหนัง ตา กระเพาะ น้ำดีลำไส้ ตับ และไข่ ของปลาปักเป้า ในประเทศญี่ปุ่น พ่อครัวที่จะสามารถปรุงเมนูปาปักเป้าได้รับใบประกาศศนียบัตรเพื่อรับรองว่าผ่านการฝึกฝนมาอย่างเชี่ยวชาญเป็นเวลานานถึง 3 ปี ไม่ใช่ว่าใครก็จะมาแล่เนื้อปลาปักเป้าปรุงเป็นเมนูอาหารให้ลูกค้าทานได้ เพราะถ้าพลาดแค่นิดเดียว 10 นาทีหลังจากทานเข้าไป สารพิษจะออกฤกธิ์จนทำให้เกิดอาการ วิงเวียน อาเจียน แขนขาเปลี้ยอ่อนแรง ผิวหนังเขียวคล้ำ และอาจถึงตายถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เมื่อหลายปีก่อนที่เมืองไทยเราก็เคยได้ยินข่าวว่ามีคนตายจากการกินปลาปักเป้า เมนูอันตราย อันตรายขนาดไหนก็ยังมีคนกิน แสดงว่าเนื้อปลาคงอร่อยมากถึงมีคนยอมเสี่ยง
2. แอคกี (Ackee fruit) เป็นผลไม้พื้นเมืองของจาไมก้า ในผลแอคกีดิบ จะมีสารพิษที่เรียกว่า “โฮโปไกลซิน” (hypoglycin) ถ้าทานผลแอคกีแบบดิบๆ อาจมีอการวิงเวียน อาเจียนและอาจถึงตายได้ ต้องรอให้ผลแอคกีสุกเต็มที่จนกลายเป็นสีแดง ปริแตกอ้าออกจนเห็นเมล็ดสีดำก่อนนะถึงจะทานได้ บ้านเราอาจจะไม่มีผลไม้ชนิดนี้ แต่ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวจาไมก้า ก็อย่าเผลอไปทานผลแอคกีดิบๆนะคะ
3. มันสำปะหลัง (Cassava) เป็นอาหารที่คนไทยเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี รู้หรือไม่ว่าในมันสำปะหลังดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า “ไซยาไนด์” cyanide ถ้าทานมันสำปะหลังดิบๆในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะแน่นหน้าอก น้ำลายฟูมปาก ชักและอาจเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้นควรปรุงมันสำปะหลังให้สุกก่อนนำไปรับประทาน คงเคยได้อ่านข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามีคนกินมันฝรั่งดิบๆแล้วตาย ซึ่งไม่รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดใหญ่อย่าวัวหรือหมูทีมีข่าวออกมาบ่อยๆ
4. เลือดของหอยแครง (Blood clams) คนที่ชอบทานหอยแครงลวกแบบมีเลือดนิดๆคงไม่ค่อยเนด้วยซักเท่าไหร่ว่าเมนูนี้มันจะเป็นอันตรายได้ยังไง จริงๆแล้วกระทรวงสาธารณสุขก็ออกมาเตือนหลายครั้งแล้วนะคะว่าการรับประทานหอยแครงไม่สุก เสี่ยงที่ที่จะได้รับเชื้อ วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) เชื้อโรคบิด ไทฟอยด์ และเชื้อไวรัสตับอักเสบ Hepatitis A ที่ฝังตัวอยู่ในตับ เนื่องจากหอยแครงมักจะอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งๆสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำโดยเฉพาะหอยแครงที่มาจากจีน
5. รูบาร์บ (Rhubarb) เป็นผักชนิดหนึ่ง ที่มีใบใหญ่ๆสีเขียว ก้านสีแดง จะนำเฉพาะส่วนก้านที่มีรสออกเปรี้ยวนิดๆมาประกอบอาหาร อาหารที่นิยมนำเอาก้านรู้บาร์มาทำได้แก่ ทาร์ตหรือพายรูบาร์บ แยมรูบาร์บ เป็นต้น ส่วนที่เป็นใบรับประทานทานไม่ได้เพราะในใบของรูบาร์บ จะมีสาร Oxalic acid ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย ถ้าทานเข้าไปแล้วอาจจะมีอาการลิ้นบวม มีอาการแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก ที่บ้านเราก็มีการปลูกต้นรูบาร์บในโครงการหลวง ในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ต่างประเทศจะหั่นใบทิ้งไป แล้วนำเฉพาะส่วนที่เป็นก้านมาวางจำหน่าย อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งแตกตื่นไปนะคะ ต้องทานเข้าไปปริมาณมากๆถึงจะเป็นพิษได้
6. ลูกจันทน์เทศ (Nutmeg, Nausea, Vomiting, Diarrhea) ใครก็รู้ว่าลูกจันทน์เทศเป็นเครื่องเทศที่มีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างแพรหลาย โดยในด้านการแพทย์นั้นลูกจันทน์เทศสามารถช่วยแก้อาการร้อนใน จุกเสียด กระหายน้ำ ขับลมในลำไส้ บำรุงโลหิต แก้ท้องร่วง แก้บิด แก้หืด และแก้เสมหะ แต่ก็เหมือนกับดาบสองคมถ้าใช้ไม่ถูก เพราะในลูกจันทร์เทศจะมีสารพวกไมริสติซิน ซึ่งเป็นอันตราย การรับประทานลูกจันทน์เข้าไปในปริมาณมากจะประสาทเสื่อม จนเกิดอาการประสาทหลอน และเห็นภาพลวงตา ดังนั้นควรเก็บไว้ห่างจากเด็ก เพราะถ้าเด็กเผลอไปกินก็อาจเป็นอันตรายได้
7. มันผรั่ง ถูกแล้วค่ะ คุณฟังไม่ผิดหรอกแม้ว่ามันฝรั่งจะเป็นอาหารที่ใครก็ชอบทาน เวลาที่ใต้เปลือกมันฝรั่งมีสีเขียว นั่นแสดงว่ามีสารพิษ Chaconine และ Solanine ซึ่งเป็นสารพิษ Glycoalkaloids ชนิดหนึ่ง โดยสารพิษนี้จะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์คอลีนเอสเทอเรส ถ้าได้รับสารพิษนี้เข้าไปมากๆจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เลือดลมผิดปกติ และไตอาจจะมีปัญหา เวลาที่มันฝรั่งเริ่มงอกเป็นต้น ให้สังเกตุจุดเขียวๆ ที่ตาของมันฝรั่งมีพิษเวลาที่มันฝรั่งจะงอกเป็นต้นโดยธรรมชาติแล้วมันก็จะสร้างสารพิษชนิดนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันโรคหรือแมลง ถ้าปอกเปลือกมันฝรั่งแล้วเห็นว่ามีสีเขียวบางคนก็ขูดหรือเฉือนทิ้งแล้วทานส่วนที่ไม่มีสีเขียว เห็นฝรั่งที่ทานมันฝรั่งแทนข้าวเค๊าทำกัน
8. ลูกปลาหมึกยักษ์ดิบ (Sannakji) ปลาหมึกยักษ์เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีใหญ่ที่สุดในโลก และเนื้อของปลาหมึกยักษ์นั้นมีราคาแพงมาก เพราะเนื้อของมันจะมีความกรุบกรอบอร่อย อาหารจานเด็ด “Sannakji” เป็นลูกปลาหมึกที่ถูกสับมาแบบหยาบๆราดด้วยน้ำมันงาเสริฟมาพร้อมกับน้ำจิ้ม หรือบางร้านอาจจะเสริฟแบบเป็นๆมาเลย เวลาทานก็จะสับๆก่อนแล้วก็จิ้มน้ำจิ้ม แม้ว่าจะถูกสับเป็นท่อนๆแต่เวลาที่เราเอาตะเกียบไปคีบเจ้าปลาหมึกยักษ์ก็ยังคงดิ้นสู้ตะเกียบอยู่เลย สำหรับมือใหม่เวลาทานแนะนำให้เคี้ยวและเคี้ยวแบบไร้ความปราณี เอาให้ละเอียดกันข้างหนึ่งไปเลย ไม่งั้นเจ้าปลาหมึกชิ้นนี้อาจจะเข้าไปดิ้นกระดึ๊บๆอยู่ในหลอดอาหารของคุณก็ได้ หลายคนอาจจะเคยได้อ่านข่าวที่สามีชาวเกาหลีใต้วางแผนฆาตกรรมภรรยาจนเสียชีวิตด้วยการป้อนอาหารจานนี้ แม้ว่าในแต่ละปีจะมีคนตายเพราะเจ้าหนวดดุ๊กด๊กหนึบหนับจากลูกปลาหมึกยักษ์ดิบกันหลายราย เมนูอันตราย Sannakji ก็ยังคงเป็นเมนูที่เรียกความสนใจใคร่ลองของใครอีกหลายๆคน


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก youtube.com by BuzzFeedBlue และ National Geographic
เป็นยังไงบ้างคะ อาหาร 8 เมนูอันตราย ที่อาจไม่อันตรายอย่างที่คิดถ้าคุณรู้วิธีการปรุง ส่วนไหนทานได้ทานไม่ได้ และบางอย่างก็ต้องรับประทานในปริมาณมากพอถึงจะเป็นพิษ เพราะฉนั้นก็อย่างเพิ่งแตกตื่นหรือกังวลใจไปเกินเหตุ แต่ควรรู้ไว้จะได้หลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้ทัน จริงๆแล้วอาหารบ้านเราก็มีอีกหลายอย่างที่ควรรู้จักวิธีการทำหรือปรุงอย่างถูกต้องไม่งั้นอาจเป็นพิษได้ ยกตัวอย่างเช่น มะม่วงหิมพานต์ดิบและอัลมอนด์ดิบก็มีสารพิษต้องนำมาอบให้สุกเสียก่อน กลอย เวลาที่จะนำมาทำอาหารต้องรู้จักวิธีกำจัดสารพิษอย่างถูกต้องก่อนด้วยการฝานให้เป็นชิ้นบางๆแช่ในน้ำไหลนานถึง 7 วันหรือแช่นน้ำเกลือเป็นเวลานาน 3 วันและต้องคอยเปลี่ยนน้ำเกลือบ่อยๆด้วยถึงจะกำจัดสารพิษได้หมดแถมก่อนนำไปทำอาหารต้องนึงให้สุกเสียก่อนห้ามรับประทานดิบๆเป็นอันขาด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here